วัตถุกันเสียสำหรับอาหารทะเล: แนวทางการรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม
อาหารทะเลเป็นวัตถุดิบที่มีความชื้นสูง โปรตีนสูง และมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพได้ค่อนข้างรวดเร็วหากเก็บรักษาไม่เหมาะสม ดังนั้นผู้ผลิตและผู้ประกอบการจึงให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การจับ การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการจัดเก็บ
การยืดอายุการเก็บรักษาอาหารทะเลไม่ได้อาศัยวัตถุกันเสียเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิ สุขลักษณะการผลิต บรรจุภัณฑ์ และกระบวนการผลิตที่เหมาะสมร่วมกัน
เหตุใดอาหารทะเลจึงเสื่อมคุณภาพได้ง่าย?
อาหารทะเลมีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เช่น
- มีปริมาณน้ำสูง
- มีโปรตีนสูง
- มีเอนไซม์ตามธรรมชาติในเนื้อสัตว์น้ำ
- มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
หากควบคุมอุณหภูมิไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดการเสื่อมคุณภาพด้านกลิ่น สี เนื้อสัมผัส และความสดของผลิตภัณฑ์ได้
แนวทางการรักษาคุณภาพอาหารทะเล
ก่อนพิจารณาการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานดังต่อไปนี้
Table of Contents
Toggle1. การควบคุมอุณหภูมิ
การแช่เย็นหรือแช่แข็งอย่างเหมาะสมเป็นวิธีสำคัญในการชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพของอาหารทะเล
2. สุขลักษณะในการผลิต
ควรควบคุมความสะอาดของ
- วัตถุดิบ
- พื้นที่ผลิต
- อุปกรณ์
- ภาชนะบรรจุ
- บุคลากร
ตามหลัก GMP และสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร
3. การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม
บรรจุภัณฑ์สามารถช่วยลดการปนเปื้อนจากภายนอกและช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระหว่างการจัดเก็บและขนส่ง
วัตถุเจือปนอาหารที่อาจพบในผลิตภัณฑ์อาหารทะเล
การใช้วัตถุเจือปนอาหารในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหารและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
โซเดียมไตรโพลีฟอสเฟต (STPP)
โซเดียมไตรโพลีฟอสเฟต (Sodium Tripolyphosphate: STPP) อาจพบการใช้งานในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำบางประเภท
หน้าที่หลัก ได้แก่
- ช่วยรักษาคุณสมบัติการอุ้มน้ำของเนื้อสัตว์น้ำ
- ช่วยรักษาลักษณะเนื้อสัมผัสในบางกระบวนการผลิต
- ช่วยลดการสูญเสียน้ำระหว่างการแช่แข็งและละลาย
ทั้งนี้ การใช้งานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหาร
สารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด
ในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลบางประเภท อาจมีการใช้สารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพของไขมันในอาหาร
การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดทางกฎหมาย
วัตถุกันเสียที่ได้รับอนุญาตในผลิตภัณฑ์เฉพาะ
อาหารทะเลแต่ละประเภทอาจมีข้อกำหนดการใช้วัตถุกันเสียแตกต่างกัน
ผู้ผลิตควรตรวจสอบ
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
- มาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้อง
- ข้อกำหนดของประเทศปลายทาง (กรณีส่งออก)
ก่อนนำไปใช้งานจริง
สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับการใช้วัตถุกันเสียในอาหารทะเล
วัตถุกันเสียไม่สามารถทดแทนการควบคุมคุณภาพที่เหมาะสมได้
หากวัตถุดิบเริ่มเสื่อมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง การใช้วัตถุกันเสียเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์กลับมามีคุณภาพเหมือนเดิมได้
ดังนั้นแนวทางที่สำคัญที่สุดคือ
- เลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
- รักษาอุณหภูมิอย่างเหมาะสม
- ควบคุมสุขลักษณะการผลิต
- ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม
- ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการเก็บรักษาอาหารทะเล
ประเภทของอาหารทะเล
เช่น
- กุ้ง
- ปลา
- ปลาหมึก
- หอย
แต่ละชนิดมีอัตราการเสื่อมคุณภาพแตกต่างกัน
วิธีการแปรรูป
เช่น
- สด
- แช่เย็น
- แช่แข็ง
- ต้ม
- นึ่ง
- อบแห้ง
อุณหภูมิการเก็บรักษา
เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการเก็บรักษาโดยตรง
บรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมช่วยลดการสัมผัสอากาศ ความชื้น และการปนเปื้อนจากภายนอก
ข้อควรทราบสำหรับผู้ประกอบการ
หากต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ควรพิจารณา
- การทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf Life Test)
- การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา
- การประเมินคุณภาพทางกายภาพและเคมี
- การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายอาหาร
เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและเหมาะสมต่อการจำหน่าย
สรุป
การรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาอาหารทะเลควรอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ สุขลักษณะการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการใช้วัตถุเจือปนอาหารตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
วัตถุเจือปนอาหารบางชนิด เช่น STPP อาจมีบทบาทในการช่วยรักษาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในบางกระบวนการผลิต แต่การเลือกใช้ควรเป็นไปตามกฎหมายอาหารและข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
สงสัยส่วนไหน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ line ID @ptkss.com (กด)