กลีเซอรีนบริสุทธิ์ (Pure Glycerine) หรือ รีไฟน์กลีเซอรีน (Refined Glycerine) Food Grade คืออะไร?
กลีเซอรีนบริสุทธิ์ (Pure Glycerine) หรือ รีไฟน์กลีเซอรีน (Refined Glycerine) เป็นสารประกอบที่มีชื่อทางเคมีว่า Glycerol ซึ่งสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้เมื่อมีคุณภาพตามมาตรฐาน Food Grade
กลีเซอรีนมีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี มีกลิ่นอ่อน และมีรสหวานเล็กน้อย สามารถละลายน้ำได้ดี จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารหลายประเภท
Table of Contents
Toggleกลีเซอรีน (Glycerine) คืออะไร?
กลีเซอรีน หรือ กลีเซอรอล (Glycerol) เป็นสารประกอบในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่มีโครงสร้างทางเคมี
C3H8O3C_{3}H_{8}O_{3}C3H8O3
สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบหลายแหล่ง เช่น น้ำมันพืช หรือกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับไขมันและน้ำมัน
เมื่อผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์จนได้มาตรฐาน Food Grade จึงสามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารได้ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติทั่วไปของกลีเซอรีน Food Grade
กลีเซอรีนมีลักษณะเด่นหลายประการ เช่น
- ของเหลวใส ไม่มีสี
- ละลายน้ำได้ดี
- มีความหนืดสูงกว่าน้ำ
- มีรสหวานเล็กน้อย
- สามารถดูดซับความชื้นจากอากาศได้ (Hygroscopic Property)
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้กลีเซอรีนถูกนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารหลายประเภท
การใช้งานกลีเซอรีนในอุตสาหกรรมอาหาร
1. ใช้เป็นสารรักษาความชื้น (Humectant)
กลีเซอรีนสามารถช่วยควบคุมความชื้นในผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภท
ตัวอย่างเช่น
- เบเกอรี
- เค้ก
- ฟองดองท์
- ขนมหวานบางชนิด
ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสูตรและกระบวนการผลิต
2. ใช้ในผลิตภัณฑ์ขนมและลูกอม
อาจพบการใช้งานใน
- ลูกอม
- เยลลี่
- มาร์ชเมลโลว์
- ผลิตภัณฑ์ขนมเคี้ยว
เพื่อช่วยควบคุมคุณสมบัติทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของสูตร
3. ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม
ในบางสูตร อาจมีการใช้กลีเซอรีนเป็นส่วนประกอบร่วมกับวัตถุดิบอื่น
การใช้งานขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
4. ใช้ในงานตกแต่งเบเกอรี
กลีเซอรีนอาจพบในสูตร
- ฟองดองท์
- น้ำตาลปั้น
- ไอซิ่ง
- ผลิตภัณฑ์ตกแต่งขนม
เพื่อช่วยควบคุมคุณสมบัติของส่วนผสม
ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการใช้งาน
การเลือกใช้กลีเซอรีนควรพิจารณา
ประเภทผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีข้อกำหนดและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน
สัดส่วนการใช้งาน
ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสูตรอาหารและวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์
กระบวนการผลิต
อุณหภูมิ วิธีการผสม และส่วนผสมอื่นในสูตร ล้วนมีผลต่อคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ความแตกต่างระหว่าง Food Grade และ Industrial Grade
การเลือกใช้กลีเซอรีนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเกรดที่เหมาะสมกับการใช้งาน
| ประเภท | การใช้งาน |
|---|---|
| Food Grade | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง |
| Cosmetic Grade | ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง |
| Industrial Grade | ใช้ในงานอุตสาหกรรมทั่วไป |
ผู้ประกอบการควรเลือกใช้วัตถุดิบที่มีเอกสารรับรองมาตรฐานที่เหมาะสมกับประเภทผลิตภัณฑ์
การเก็บรักษา
เพื่อรักษาคุณภาพของกลีเซอรีน ควร
- เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
- หลีกเลี่ยงการปนเปื้อน
- เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเท
- หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ข้อควรทราบ
การใช้กลีเซอรีนในอาหารควรเป็นไปตาม
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
- มาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้อง
- ข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร
- หลักเกณฑ์ GMP
ผู้ผลิตควรศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดทางกฎหมายก่อนนำไปใช้งาน
สรุป
กลีเซอรีนบริสุทธิ์ (Pure Glycerine) หรือ รีไฟน์กลีเซอรีน (Refined Glycerine) Food Grade เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหลายประเภท โดยมีคุณสมบัติด้านการรักษาความชื้นและการควบคุมคุณลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของสูตร
การเลือกใช้งานควรพิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ ข้อมูลทางเทคนิค และข้อกำหนดด้านอาหารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของผู้บริโภค
สงสัยส่วนไหน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ line ID @ptkss.com (กด)