การทำผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้ลอยแก้ว และผลไม้เชื่อม ควรเลือกใช้วัตถุกันเสียชนิดใด? ทำความเข้าใจหลักการถนอมอาหารอย่างเหมาะสม
ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม และผลไม้ลอยแก้ว เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมทั้งในระดับครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ โดยการยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้วัตถุกันเสียเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น ปริมาณน้ำตาล ค่า pH สุขลักษณะการผลิต และบรรจุภัณฑ์
การเลือกใช้วัตถุกันเสียจึงควรพิจารณาตามลักษณะผลิตภัณฑ์และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหารที่เกี่ยวข้อง
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการเก็บรักษาของผลไม้แปรรูป
ก่อนพิจารณาเรื่องวัตถุกันเสีย ควรเข้าใจว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเสื่อมเสียของผลิตภัณฑ์ ได้แก่
Table of Contents
Toggleปริมาณน้ำอิสระ (Water Activity)
ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำอิสระสูงมักมีโอกาสเกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้มากกว่า
ปริมาณน้ำตาล
น้ำตาลมีบทบาทในการลดความพร้อมของน้ำสำหรับจุลินทรีย์บางชนิด จึงเป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารที่ใช้มาอย่างยาวนาน
ค่า pH
ความเป็นกรดของผลิตภัณฑ์มีผลต่อการเจริญของจุลินทรีย์หลายชนิด
สุขลักษณะในการผลิต
เช่น
- ความสะอาดของวัตถุดิบ
- อุปกรณ์การผลิต
- ภาชนะบรรจุ
- ขั้นตอนการผลิต
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพและอายุการเก็บรักษาโดยตรง
วัตถุกันเสียที่อาจพบการใช้ในผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป
การเลือกใช้วัตถุกันเสียต้องอ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
1. โซเดียมเบนโซเอต (Sodium Benzoate)
โซเดียมเบนโซเอตเป็นวัตถุกันเสียที่นิยมใช้ในอาหารที่มีความเป็นกรด
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์
- ผลไม้ลอยแก้ว
- เครื่องดื่มผลไม้
- น้ำเชื่อมผลไม้
ประสิทธิภาพการทำงานจะขึ้นอยู่กับค่า pH ของผลิตภัณฑ์
2. โพแทสเซียมซอร์เบต (Potassium Sorbate)
โพแทสเซียมซอร์เบตมักใช้เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญของยีสต์และราในอาหารบางประเภท
สามารถพบการใช้งานใน
- ผลไม้แปรรูป
- เครื่องดื่ม
- ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาล
ทั้งนี้ต้องใช้งานตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหาร
3. การใช้ร่วมกับกระบวนการถนอมอาหารอื่น
ในหลายกรณี ผู้ผลิตอาจเลือกใช้แนวทางหลายรูปแบบร่วมกัน เช่น
- การควบคุมค่า pH
- การใช้น้ำตาล
- การพาสเจอร์ไรซ์
- การบรรจุแบบเหมาะสม
- การควบคุมอุณหภูมิการเก็บรักษา
แนวทางดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของการเสื่อมเสียโดยไม่พึ่งพาวัตถุกันเสียเพียงอย่างเดียว
ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม และผลไม้ลอยแก้ว แตกต่างกันอย่างไร?
ผลไม้แช่อิ่ม
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการแช่ในน้ำเชื่อมเข้มข้น เพื่อให้น้ำตาลซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้
ผลไม้เชื่อม
เป็นการต้มผลไม้ร่วมกับน้ำเชื่อมจนได้รสชาติและเนื้อสัมผัสตามต้องการ
ผลไม้ลอยแก้ว
เป็นผลไม้ที่บรรจุในน้ำเชื่อมหรือน้ำหวาน และมักเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็น
เนื่องจากมีความชื้นสูง จึงต้องให้ความสำคัญกับสุขลักษณะการผลิตและการเก็บรักษาเป็นพิเศษ
ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกใช้วัตถุกันเสีย
ผู้ผลิตควรประเมินข้อมูลดังต่อไปนี้
ชนิดของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
ค่า pH ของผลิตภัณฑ์
วัตถุกันเสียแต่ละชนิดทำงานได้ดีในช่วงค่า pH ที่แตกต่างกัน
อายุการเก็บรักษาที่ต้องการ
ระยะเวลาการจัดจำหน่ายและการเก็บรักษามีผลต่อการเลือกเทคโนโลยีการถนอมอาหาร
รูปแบบบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการปนเปื้อนจากภายนอกได้
แนวทางการผลิตที่ควรให้ความสำคัญ
เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและปลอดภัย ควรคำนึงถึง
- การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
- การล้างทำความสะอาดวัตถุดิบ
- การควบคุมสุขลักษณะระหว่างการผลิต
- การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม
- การเก็บรักษาในสภาวะที่เหมาะสม
- การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP และข้อกำหนดด้านอาหาร
ข้อควรทราบเกี่ยวกับการใช้วัตถุกันเสีย
วัตถุกันเสียไม่สามารถทดแทนสุขลักษณะการผลิตที่ดีได้
การใช้วัตถุกันเสียควร
- ใช้ตามกฎหมายกำหนด
- ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
- ศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของวัตถุดิบก่อนใช้งาน
- ทดสอบผลิตภัณฑ์จริงก่อนการผลิตเชิงพาณิชย์
หากต้องการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ
สรุป
การยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม และผลไม้ลอยแก้ว ควรพิจารณาร่วมกันหลายปัจจัย ทั้งปริมาณน้ำตาล ค่า pH สุขลักษณะการผลิต กระบวนการให้ความร้อน และบรรจุภัณฑ์
วัตถุกันเสียที่อาจพบการใช้งานในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ได้แก่ โซเดียมเบนโซเอต และโพแทสเซียมซอร์เบต แต่การใช้งานต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหาร และควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับประเภทผลิตภัณฑ์
สรุปง่ายๆ: คุณสามารถเลือกใช้ โซเดียมเบนโซเอต หรือ โพแทสเซียมซอร์เบต หรือใช้ทั้งสองชนิดร่วมกันในผลิตภัณฑ์ผลไม้เชื่อม/แช่อิ่มได้ แต่ปริมาณรวมของสารกันบูดทั้งสองกลุ่ม (ที่คำนวณเป็นกรดหลักของแต่ละกลุ่ม) จะต้องไม่เกิน 1,000 มก./กก. ค่ะ